เงิน 4 ด้าน : เคล็ดลับของคนรวยที่เราไม่รู้
เงิน 4 ด้าน
: รูปแบบการหารายได้จากงาน 4 รูปแบบ ซึ่งหนังสือพ่อรวยสอนลูกของโรเบิร์ต
คิโยซากิ ได้เผยเคล็ดลับของคนรวยที่เราไม่รู้มาก่อนใน เงิน 4 ด้าน งาน 4
แบบ ทำให้ชีวิตเราต่างกันครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เราพูดถึงการหารายได้กันครับ หลายคนเชื่อว่า การจะมีเงินต้องทำงานหนัก เหน็ดเหนื่อย ยาก ลำบาก ร้อน และอีกสารพัด ทำให้ภาพของการที่กว่าจะได้เงินมานั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ นั่นอาจเป็นจริงสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่การได้เงินของเขา ไม่เห็นจะต้องเหนื่อย ลำบาก อะไรเลย หนำซ้ำตัวเงินยังเป็นคนทำงานให้อีกต่างหาก “โรเบิร์ต คิโยซากิ” ได้เขียนไว้ในหนังสือ พ่อรวย สอนลูก #2 (เงิน 4 ด้าน) เรามาดูกันครับว่าแต่ละด้านคืออะไร?
น่าเสียดายที่คนในด้าน E มุ่งเน้นแต่แสวงหาความมั่นคง แต่เขาไม่รู้เลยว่า วันดีคืนดีเขาอาจจะถูกให้ออกจากงานเมื่อไรก็ได้ บริษัทอาจจะต้องปิดตัวหรือปลดคนงานออกเพื่อลดต้นทุน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนด้าน E ไม่สามารถควบคุมได้
ข้อจำกัดของการทำเงินแบบ S ที่สำคัญที่สุดคือ ” เวลา “ เพราะเราไม่สามารถหยุดทำงานได้ เช่นหากเราเป็นเจ้าของร้าน หากเราต้องการปิดร้านเพื่อไปพักผ่อน รายได้ของเรา (จากร้านค้าของเรา) ในวันนั้น ก็จะไม่มี
อ่านบทความฉบับเต็มเพิ่มเติม https://panya5395.ws/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-4-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เราพูดถึงการหารายได้กันครับ หลายคนเชื่อว่า การจะมีเงินต้องทำงานหนัก เหน็ดเหนื่อย ยาก ลำบาก ร้อน และอีกสารพัด ทำให้ภาพของการที่กว่าจะได้เงินมานั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ นั่นอาจเป็นจริงสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่การได้เงินของเขา ไม่เห็นจะต้องเหนื่อย ลำบาก อะไรเลย หนำซ้ำตัวเงินยังเป็นคนทำงานให้อีกต่างหาก “โรเบิร์ต คิโยซากิ” ได้เขียนไว้ในหนังสือ พ่อรวย สอนลูก #2 (เงิน 4 ด้าน) เรามาดูกันครับว่าแต่ละด้านคืออะไร?
มารู้จัก เงิน 4 ด้าน กันครับ?
1. E (Employee: ลูกจ้าง)
การหาเงินที่ได้มาจากการรับจ้าง เรียกว่าเอาหยาดเหงื่อแรงกายเข้าแลก ต้องเหน็ดเหนื่อย ทนร้อน บางครั้งอาจต้องทนคำบ่นก่นด่าจากผู้จ้าง รับค่าจ้างเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือก็เป็นรายเดือน อยากได้เงินมากขึ้น ก็ต้องเอาแรงและเวลาไปแลกเงินมากขึ้น เช่น พนักงานประจำอยากได้เงินมากขึ้น ก็ต้องทำ OT เป็นต้น คนส่วนใหญ่จะได้เงินจากวิธีนี้ จะว่าไปก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงแต่ขาดอิสรภาพหลายๆ อย่าง เพราะวิธีและตารางเวลาส่วนใหญ่ของชีวิต จะมีนายจ้างเป็นผู้กำหนด ป่วยก็ต้องลา จะหยุดก็ต้องลาน่าเสียดายที่คนในด้าน E มุ่งเน้นแต่แสวงหาความมั่นคง แต่เขาไม่รู้เลยว่า วันดีคืนดีเขาอาจจะถูกให้ออกจากงานเมื่อไรก็ได้ บริษัทอาจจะต้องปิดตัวหรือปลดคนงานออกเพื่อลดต้นทุน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนด้าน E ไม่สามารถควบคุมได้
2. S (Self – Employed: กิจการส่วนตัวหรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก)
เป็นเงินที่มาจากการทำอาชีพส่วนตัว งานนี้แม้จะมีอิสระและดูเหมือนว่าจะดูดีกว่าแบบที่หนึ่ง เพราะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของกิจการเอง ตัดสินใจเอง บริหารจัดการเอง แต่ในความเป็นจริง เหนื่อยมาก เพราะต้องพบกับคู่แข่งทางการค้าที่หลากหลาย และต้องสร้างสมประสบการณ์ที่มากพอ สิ่งสำคัญอีกข้อหนึ่งคือ จำนวนเงินทุน หากเรามีทุนน้อย ก็ไม่สามารถที่จะไปต่อกรกับคู่แข่งที่มีทุนมากกว่า จากสถิติพบว่า คนที่เริ่มต้นกิจการใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะล้มเหลวหรือล้มเลิกไปภายใน 3 ถึง 5 ปี จะเห็นว่า การจะหาเงินจากวิธีนี้ก็ไม่ได้ง่ายนัก ค่าเฉลี่ยความสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าสามารถยืนหยัดและมีแนวความคิดที่โดดเด่น ก็สามารถสร้างผลตอบแทนหรือมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ คุ้มค่ากับความเหนื่อยยาก และสามารถต่อยอดขยาย ธุรกิจออกไปจนใหญ่โต สร้างงานให้คนกลุ่มแรกได้ข้อจำกัดของการทำเงินแบบ S ที่สำคัญที่สุดคือ ” เวลา “ เพราะเราไม่สามารถหยุดทำงานได้ เช่นหากเราเป็นเจ้าของร้าน หากเราต้องการปิดร้านเพื่อไปพักผ่อน รายได้ของเรา (จากร้านค้าของเรา) ในวันนั้น ก็จะไม่มี
อ่านบทความฉบับเต็มเพิ่มเติม https://panya5395.ws/%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-4-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น